ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
บทความ...จากครู
คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ จากนายกรัฐมนตรีในปีต่าง ๆ

 พ.ศ.2499 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม - จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม 
  
 พ.ศ.2502 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ - ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า 

 พ.ศ.2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด 

 พ.ศ.2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย 

 พ.ศ.2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด 
  
 พ.ศ.2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด 
  
 พ.ศ.2507 - งดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ 
  
 พ.ศ.2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี 
  
 พ.ศ.2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี 

 พ.ศ.2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย 

 พ.ศ.2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง 

 พ.ศ.2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ 

 พ.ศ.2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส 
  
 พ.ศ.2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ 

 พ.ศ.2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ 
  
 พ.ศ.2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ 

 พ.ศ.2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - สามัคคีคือพลัง 

 พ.ศ.2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี 
  
 พ.ศ.2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช - เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้ 

 พ.ศ.2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย 
  
 พ.ศ.2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ 
  
 พ.ศ.2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - เด็กไทยคือหัวใจของชาติ 
  
 พ.ศ.2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ - อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย 

 พ.ศ.2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม 
  
 พ.ศ.2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย 
  
 พ.ศ.2526 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม 
  
 พ.ศ.2527 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา

 พ.ศ.2528 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม 
 
 พ.ศ.2529 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม 

 พ.ศ.2530 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม 
  
 พ.ศ.2531 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ - นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม 

 พ.ศ.2532 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม 

 พ.ศ.2533 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม 
  
 พ.ศ.2534 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ - รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา 

 พ.ศ.2535 - นายอานันท์ ปันยารชุน - สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม 

 พ.ศ.2536 - นายชวน หลีกภัย - ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม 
  
 พ.ศ.2537 - นายชวน หลีกภัย - ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม 
  
 พ.ศ.2538 - นายชวน หลีกภัย - สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม 
  
 พ.ศ.2539 - นายบรรหาร ศิลปอาชา - มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด 

 พ.ศ.2540 - พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ - รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด 

 พ.ศ.2541 - นายชวน หลีกภัย ขยัน - ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย 
  
 พ.ศ.2542 - นายชวน หลีกภัย ขยัน - ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย 

 พ.ศ.2543 - นายชวน หลีกภัย - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย 

 พ.ศ.2544 - นายชวน หลีกภัย - มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย 

 พ.ศ.2545 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส 

 พ.ศ.2546 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี 

 พ.ศ.2547 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร - รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน 

 พ.ศ.2548 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร  - เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด 

 พ.ศ.2549 - พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร  - อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด

 พ.ศ.2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ - มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข 

 พ.ศ.2551 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ - สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม 

 พ.ศ.2552 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี

 พ.ศ.2553 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม

 พ.ศ.2554 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ - รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ

 พ.ศ.2555 - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - "สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี"
อาลัยแม่ โดย.......ลูกสี่ (ผอ.สมเด็จ)

อาลัยแม่                                 โดย.........ลูกสี่

วันที่ 12  สิงหาคม  ของทุกปีเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ ซึ่งถือว่าพระองค์ท่านเป็นแม่ของพสกนิกรชาวไทยทุกคน และรัฐบาลกำหนดเอาวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันแม่แห่งชาติ

            เมื่อใกล้จะถึงวันแม่ก็หวนคิดถึงแม่ของตัวเองที่จากไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว แม่เกิดในครอบครัวชาวนาและในท้องถิ่นชนบทจริงๆ เมื่อ 80 ปีก่อน เมื่อแต่งงานกับพ่อก็ช่วยกันทำนาทำไร่  แม่บอกว่าแม่มีลูกแปดคน ตอนนี้เหลือหกคน สองคนแรกตายเมื่อคลอดออกมาไม่นานแม่บอกว่าโดนปอบกิน ตอนเด็กๆฟังแม่เล่าก็เชื่อตามคำแม่แต่เดี๋ยวนี้คิดว่าคงไม่ใช่  อาจจะเป็นเพราะการเลี้ยงดูหรือโรคภัยไข้เจ็บที่ชุกชุมในสมัย 50-60 ปีก่อนมากกว่า

            แม่ขยันขันแข็งมาก ทำงานได้ทุกอย่างไม่ว่าทำนา ทำไร่ ทำสวน ตักน้ำ ผ่าฟืน ตำข้าว ทำอาหารการกิน ด้วยแรงกายของแม่ เพราะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสาธารณูปโภคเหมือนปัจจุบัน ไปไร่ไปนาแม่เดินอย่างเดียวเพราะถีบจักรยานไม่เป็น สมัยแม่เป็นเด็กในหมู่บ้านไม่มีจักรยานแม้แต่คันเดียว  แม่เป็นคนใจบุญสุนทาน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติพี่น้อง ลูกคนไหนเรียนดีแม่ก็ส่งให้เรียน เรียนไม่ดีต้องมาทำนาอยู่กับบ้าน จำได้ตอนเด็ก แม่ซื้อเสื้อกันหนาวให้และซื้อให้น้องชาย น้องสาวคนละตัว ดีใจมากใส่ไม่ยอมถอดอยู่หลายวัน

            ตอนสมัยยังเด็กเห็นแม่ป่วยครั้งหนึ่ง  แม่ป่วยหนักมากต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลสกลนครเกือบเดือน ตอนนั้นไม่ทราบว่าแม่ป่วยเป็นอะไรคิดถึงแม่มากแต่ไม่ได้ไปเยี่ยมแม่เพราะการเดินทางไปสกลนครไกลและลำบากและไปไม่เป็น  ชีวิตของแม่ลำบากลำบนมามาก ต่อสู้ดิ้นรนมาตลอด โดยเฉพาะการหาเงินส่งลูกเรียน มาสบายขึ้นก็ตอนที่อายุมากหลังจากลูกๆ มีครอบครัวมีหลักฐานบ้านช่องตามอัตภาพ

       หลังจากที่พ่อเสีย  เสร็จจากงานศพพ่อประมาณ 1 เดือนลูกๆมารวมกันที่บ้านแม่ได้ยินแม่รำพึงว่า แม่คิดถึงพ่อพวกเอ็งอยู่เหมือนกัน  อยากทำบุญกฐินอุทิศให้พ่อเผื่อแม่ตายก่อนจะไม่ได้ทำแม่พูดเหมือนเป็นลางสังหรณ์จะจากไป แต่ลูกๆก็ตกลงกันว่าปีนี้ยังไม่พร้อมจะทำบุญเพราะหมดค่าใช้จ่ายงานศพพ่อไปมาก

            และแล้ววันที่ลูกๆทุกคนเสียใจมากที่สุดก็มาถึง  เมื่อแม่ไปทำบุญที่วัดด้วยจิตใจเบิกบาน แจ่มใสทุกอย่างและสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขั้น  ขณะที่แม่เดินหันหลังออกจากการบริจาคเงินทำบุญยังไม่พ้น โต๊ะรับบริจาค แม่ก็ล้มลงหมดสติแน่นิ่งไป ญาติพี่น้องโกลาหลนำร่างแม่ส่งโรงพยาบาลบ้านม่วงและส่งต่อไปเรื่อยๆ จนถึงโรงพยาบาลขอนแก่น  หมอหมดปัญญาที่จะรักษา เพราะเส้นเลือดในสมองแม่แตกแม่มีเพียงลมหายใจที่แผ่วเบาและไม่รับรู้อะไรเลย  แม่อยู่โรงพยาบาลได้ 3 วันก็จากลูกๆทุกคนไปอย่างไม่มีวันกลับ  และตามพ่อไปเพียงสามเดือนเท่านั้น

            หลังจากแม่เสียไป  พี่น้องหกคนได้ปรึกษาหารือกันเรื่องการทำบุญกฐินอุทิศส่วนกุศลให้พ่อและอุทิศให้แม่อีกด้วย  คำพูดของแม่ก้องอยู่ในหูตลอด  ในปีนั้นลูกๆได้ทำบุญกฐิน 5 กอง ถวาย 5 วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อให้แม่และญาติพี่น้องที่จากไปให้สมกับความต้องการของแม่ที่บอกลูกๆก่อนที่จะจากไป

            ทุกวันนี้อยากขอโทษแม่ ที่ไม่ยอมทำบุญกฐินให้พ่อ หากแม่มีชีวิตอยู่จะทำทุกอย่างเพื่อท่านจะพาแม่ไปทำบุญทุกแห่งที่ท่านต้องการ  จะปรนนิบัติให้ท่านอยู่สุขสบายเหมือนกับตอนที่ท่านเลี้ยงเรา เมื่อท่านเจ็บป่วยจะเช็คอุจจาระ ปัสสาวะ ให้ท่านโดยไม่รังเกียจ เหมือนกับตอนที่ท่านเลี้ยงเราเมื่อตอนเป็นเด็ก  ลูกอยากพูดดังๆว่า  วันแม่  คิดถึง.....แม่เหลือเกิน

ห้องสมุด 70 ปี โรงเรียนบ้านเหล่าผักใส่

ห้องสมุด 70 ปี โรงเรียนบ้านเหล่าผักใส่

ผอ.สมเด็จ    ขาวนาเข

            วันที่  25  สิงหาคม  2554  โรงเรียนบ้านเหล่าผักใส่  โดยคณะครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา  ผู้ใหญ่บ้านทั้งสามหมู่บ้าน  ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียนและชาวบ้านทั้งสามหมู่บ้าน  ได้ประกอบพิธีทำบุญเลี้ยงพระเปิดแพรคลุมป้ายห้องสมุด 70 ปี โรงเรียนบ้านเหล่าผักใส่ โดยมีหลวงพ่อพระครูวิมลคุณากร  วัดเจริญศรีบ้านเหล่าผักใส่ เป็นประธานในพิธี

            ห้องสมุดหลังนี้เกิดจากความคิดริเริ่มของคณะครู  คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้นำชุมชนได้ ในการประชุมเมื่อประจำปี 2551  โรงเรียนของเรายังไม่มีห้องสมุดเป็นอาคารเอกเทศและถาวร  ห้องสมุดที่มีอยู่ที่ใช้ห้องเรียน 1 ห้อง  เวลานักเรียนเข้าไปอ่านหนังสือมีความแออัด ยัดเยียดเป็นอย่างมาก เพราะในห้องสุมดต้องมีตู้ โต๊ะ ชั้นวางหนังสือ  อุปกรณ์ต่างๆมากมาย  จึงไม่เอื้อต่อการเข้าไปใช้เป็นอย่างมาก  ที่ประชุมจึงมีมติว่าเห็นควรจัดงานผ้าป่าเพื่อการศึกษา หาทุนสร้างห้องสมุด 70 ปี โรงเรียนบ้านเหล่าผักใส่ ในวันที่ 31  ธันวาคม  2552  เพราะในปีนั้นโรงเรียนมีอายุตั้งมาได้ 70 ปี (ก่อตั้ง 16 พฤษภาคม  2482)

            ในปีการศึกษา 2552  โรงเรียนได้แจ้งเรื่องการทำ ผ้าป่าให้ศิษย์เก่าที่ไปทำงานในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆได้รับทราบรวมทั้งศิษย์เก่าที่ไปทำงานในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังระดมทุนรับบริจาคจาก คณะครู ผู้นำ กรรมการสถานศึกษา  และชาวบ้านเหล่าผักใส่ บ้านเหล่าเจริญ และบ้านพนาสวรรค์  ในงานผ้าป่าเพื่อการศึกษา  ซึ่งเราได้เงินผ้าป่าประมาณ 400,000  บาท

            การก่อสร้างเริ่มขั้นในปีการศึกษา 2553  ขนาดของห้องสมุด กว้าง 8 เมตร  ยาว  20 เมตร  แบบแปลนเราก็ประยุกต์จากที่ได้เห็นมาเป็นตัวอย่าง การก่อสร้างเราก่อสร้างไม่เร่งรีบ เพราะเราใช้ช่างในท้องถิ่น และหาทุนสมทบเรื่อยๆ จนอาคารห้องสมุดเราสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนมีนาคม  2554 รวบรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว หมดเงินค่าก่อสร้าง550,000  บาท

            ในปีการศึกษา  2554 โรงเรียนได้จัดสรรงบอุดหนุน  จัดหาหนังสืออ่านเข้าห้องสมุด  ส่งครูฐิติยาภรณ์  วิเศษโวหาร  ไปอบรมครูบรรณารักษ์  ที่กรุงเทพมหานคร  สองครั้งและไปศึกษาดูงานจากโรงเรียนต่างๆหลายแห่ง   นอกจากนี้โรงเรียนยังมีกิจกรรมส่งเสริมให้ครู นักเรียนใช้ห้องสมุดอย่างเต็มที่  ห้องสมุดเราเปิดบริการตลอดวัน มีคอมพิวเตอร์  อินเตอร์เน็ตใช้สืบค้นหาข้อมูลความรู้ต่างๆ  4 เครื่อง  ตั้งชุมนุมบรรณารักษ์  จัดกิจกรรมวันภาษาไทย  วันสุนทรภู่ การเล่านิทาน  ทำสุมดบันทึกการอ่าน  หลากหลายกิจกรรม  วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้นักเรียน รักการอ่าน  แก้ปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ สำหรับนักเรียนบางคน

            การเปิดห้องสมุดถือว่าเป็นวันศิริมงคลและความภาคภูมิใจของคณะครู นักเรียน บุคลากรทุกฝ่ายและพี่น้องชาวบ้านทุกคน  ที่พวกเราร่วมแรงร่วมใจ  สละเงินทอง สร้างห้องสมุดจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยไม่ใช้งบประมาณจากทางราชการแม้แต่บาทเดียว  ห้องสมุดหลังนี้ก็คงจะสร้างเยาวชนลูกหลานของเราให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ  สร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียน  ครอบครัว  หมู่บ้าน และประเทศชาติในอนาคต