ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
เก็บมาฝาก
เกร็ดธรรม

เกร็ดธรรม
โดย พระไพศาลวิสาโล

เกร็ดธรรม

เมื่อประสบเหตุร้าย เราเลือกที่จะไม่ทุกข์ก็ได้ ถ้าวางใจให้เป็น 
ทีนี้จะวางใจอย่างไร ?? 
อย่างแรกที่ควรทำก็คือ “การยอมรับความจริง” 
เมื่อเกิดอะไรขึ้นแล้ว ป่วยการที่เราจะไปตีโพยตีพายว่าทำไมถึงต้องเป็นฉัน 
ป่วยการที่จะไปโทษชะตากรรม หรือโทษคนนั้นคนนี้ 
ยิ่งตีโพยตีพาย หรือยิ่งปฏิเสธความจริง เราก็ยิ่งทุกข์ !!!

เกร็ดธรรม

 ความสุขนั้นมีอยู่รอบตัว แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น 
เพราะใจจดจ่อแต่ความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้า 
ผลก็คือขณะที่ความสุขข้างหน้ายังมาไม่ถึง 
เรากลับละทิ้งความสุขที่มีอยู่รอบตัว 
ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิของเราโดยชอบธรรม กลายเป็นว่าเสียสองต่อ

เกร็ดธรรม

 จะไม่ดีกว่าหรือ ขณะที่ยังไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง 
เราก็เปิดใจชื่นชมสิ่งดีๆ ที่มีอยู่รอบตัวหรือตามรายทาง 
แม้ความสุขข้างหน้ายังมาไม่ถึง 
แต่เราก็ได้สัมผัสกับความสุขที่มีอยู่แล้วทุกขณะ

เกร็ดธรรม

 การให้อภัยเป็นเรื่องยาก 
แต่การมีชีวิตด้วยจิตใจที่โกรธแค้นพยาบาท 
กลับเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่า

เกร็ดธรรม

 ชีวิตของเรานั้นเหมือนกับเทียน 
เราไม่มีทางรู้หรอกว่า เทียนเล่มนี้จะไหม้จนหมดเชื้อ 
หรือว่าโดนลมพัดดับไปเสียก่อนทั้งๆ ที่ยังมีเชื้อและไขเทียนอยู่ 
แต่แม้จะเป็นอย่างหลังก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าขณะที่ยังมีเปลวไฟอยู่นั้น 
เขาให้ความสว่างไสวแค่ไหน

เกร็ดธรรม

 คนที่ภาคภูมิใจในทรวดทรงของตน 
ไม่ช้าไม่นานก็ต้องระทมทุกข์เพราะสิ่งเดียวกัน 
ถึงวันนั้นทรวดทรงอาจแปรเปลี่ยนไป 
หาไม่มันก็กลายเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายขึ้นมา

เกร็ดธรรม

 เมื่อเราถูกวิพากษ์วิจารณ์ ใจเรามักจะพุ่งตรงไปยังคนวิพากษ์วิจารณ์ 
แต่ไม่ค่อยสนใจคำวิพากษ์วิจารณ์เท่าใดนัก 
ดังนั้น แม้ว่าคำวิพากษ์วิจารณ์จะถูกต้อง ให้แง่คิดที่ดีเพียงใดก็ตาม 
แต่เราไม่สนใจที่จะไตร่ตรองเสียแล้ว 
เพราะใจนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดและโกรธคนที่วิพากษ์วิจารณ์เรา

เกร็ดธรรม

 สุขกับทุกข์เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน 
มันสามารถพลิกกลับไปกลับมาได้ 
ด้วยเหตุนี้เวลาจะมีความสุขกับอะไรหรือใครก็ตาม 
อย่าเพลินกับความสุขจนท่วมท้นใจ 
หรือหมดเนื้อหมดตัวไปกับอารมณ์เหล่านั้น
ควรเผื่อใจไว้รับมือกับความผันผวนปรวนแปรที่ไม่ถูกใจเรา 
วันนี้ทุกอย่างเป็นไปตามใจหวัง แต่พรุ่งนี้อาจกลายเป็นตรงกันข้าม

เกร็ดธรรม

 อะไรล่ะที่ทำให้เรายอมรับความจริงได้ยาก 
ส่วนหนึ่งก็เพราะเราหวนคิดถึงอดีตที่สวยงาม 
เมื่อเราต้องสูญเสียอะไรสักอย่าง หรือประสบกับเหตุร้าย 
เราจะรู้สึกแย่ทันทีเมื่อหวนนึกถึงตอนที่เรายังมีสิ่งนั้น หรือยังสุขสบายดี 
ความอาลัย ความเสียดาย จะทำให้เราไม่สามารถยอมรับความจริงที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้

เกร็ดธรรม

 “เป็นอะไร” ไม่สำคัญเท่า “เป็นอย่างไร” 
ถึงจะเป็นคนสวนหรือเสมียนก็อาจจะมีความสุขกว่าผู้จัดการ 
หากทำงานด้วยใจรักหรือมีฉันทะ และเห็นคุณค่าของงานนั้น 
ไม่ใช่ทำด้วยตัณหาหรือมีกิเลสเป็นตัวผลักดัน

เกร็ดธรรม

 รู้ว่าอะไรเป็นประโยชน์แก่ชีวิตตน ก็ควรรีบลงมือทำ 
ปฏิกจฺเจว กยิรา ยํ ชญฺญา หตมตฺตโน

เกร็ดธรรม

 สิ่งที่ให้ความสุขแก่เรา ก็สามารถทำให้เราทุกข์ได้เช่นกัน

เกร็ดธรรม

 อยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด 
คือ เคล็ดลับสำคัญในการเอาชนะปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง 
เพราะวันนี้เป็นวันเดียวเท่านั้นที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ 
ไม่ใช่เมื่อวานหรือวันพรุ่งนี้ 
แต่จะว่าไปแล้ว ช่วงเวลาเดียวเท่านั้นที่เราสามารถทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นได้ 
คือ วินาทีนี้หรือขณะนี้เท่านั้น 
เพราะแม้แต่วินาทีหน้า นาทีหน้า หรือชั่วโมงหน้า ก็ยังเป็นอนาคตอยู่ 
ไม่อยู่ในวิสัยที่เราจะทำอะไรได้

เกร็ดธรรม

 “แข่งขันกับงาน ไม่ใช่แข่งขันกับคนอื่น” 
เวลาทำงานก็เช่นกัน ถ้าเรามองว่านี้เป็นการต่อสู้ปลุกปล้ำกับงาน 
เราจะไม่เดือดร้อนที่คนอื่นทำได้ดีกว่าเรา 
ใครจะดีจะเก่งก็เป็นเรื่องของเขา 
เพราะในใจนั้นนึกอยู่เสมอว่า 
“ฉันกำลังแข่งขันกับงาน ไม่ใช่แข่งขันกับคนอื่น” 
นอกจากจะไม่อิจฉาเขาแล้ว 
ยังพยายามเรียนรู้จากเขาว่ามีวิธีการอย่างไร 
เพื่อเอาไปใช้ในการพิชิตงานที่กำลังทำอยู่ หรือทำให้งานนั้นดีขึ้น

เกร็ดธรรม

 “สบายแต่ไร้สุข” 
ในโลกนี้มีอะไรต่ออะไรอีกมากมายที่ไม่สามารถบัญชาให้เป็นไปตามใจเราได้ 
แม้จะมีเงินมากมายก็ตาม 
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่คนกรุงเทพฯ เป็นทุกข์กันมากเพียงเพราะรถติด 
ทั้งๆ ที่อยู่ในรถที่แสนเย็นสบาย 
แต่ถ้ารู้จักปรับตัวปรับใจเสียแล้ว ก็จะเป็นสุขได้ง่ายขึ้น 
ร้อนนักก็ไม่เป็นไร หนาวนักก็ไม่เดือดร้อน รถติดก็รู้จักรอ 
คนที่จะทำใจแบบนี้ได้เก่ง ใช่หรือไม่ว่า ชีวิตของเขาต้องไม่สะดวกสบายมากเกินไป

เกร็ดธรรม

 “เปลี่ยนศัตรูมาเป็นมิตร” 
ถึงที่สุดแล้ว แม้แต่คนที่คิดร้ายต่อเรา เขาก็ไม่ได้เป็นศัตรูของเรา 
ความโกรธเกลียดหรือความเห็นแก่ตัวในใจเขาต่างหากที่เป็นศัตรูของเรา 
สิ่งที่เราควรจัดการคือความชั่วร้ายในใจของเขา มิใช่จัดการตัวเขา 
ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะปลอดภัยและมีชีวิตที่สงบสุขอย่างแท้จริง 
เพราะการขจัดศัตรูที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนเขามาเป็นมิตร 
แล้วอะไรล่ะที่จะเปลี่ยนศัตรูมาเป็นมิตรได้ 
หากมิใช่การใช้ความดีชนะใจเขา

เกร็ดธรรม

 “คู่แข่ง” 
คนไม่ใช่คู่แข่งของเรา 
กิเลสตัณหา ความเห็นแก่ตัว หรือความหลงตนต่างหากที่เป็นคู่แข่งของเรา 
แทนที่จะสู้กับใครต่อใคร 
เราควรหันมาสู้กับอกุศลธรรมในตัวเราดีกว่า 
ที่แล้วมาเราต่อสู้กับใครต่อใครมากแล้ว 
แต่ไม่ได้ต่อสู้กับอกุศลธรรมเหล่านี้ 
เราจึงทุกข์ไม่เว้นแต่ละวัน

เกร็ดธรรม

 “การทำงาน” สามารถเป็น “การปฏิบัติธรรม” ได้ตลอดเวลา 
หากเราทำด้วยแรงจูงใจที่เป็นกุศล 
เช่น ทำเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น หรือเพื่อฝึกพัฒนาตน 
โดยมุ่งให้มีความเห็นแก่ตัวน้อยลง อดทนมากขึ้น 
หรือทำโดยมีธรรมะเข้ามากำกับ 
เช่น ทำด้วยความซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อหน้าที่

เกร็ดธรรม

 พุทธศาสนาที่แท้จริงนั้น 
มิได้อยู่ที่วัดวาอารามหรือพระสงฆ์ 
แต่อยู่ที่จิตใจของผู้คน 
ใจที่เป็นกุศล เปี่ยมด้วยเมตตา โอบอ้อมอารีต่อกัน 
ไม่ถูกครอบงำด้วยโลภะ โทสะ และโมหะ 
คือ ที่สถิตของพุทธศาสนาที่แท้ต่างหาก

เกร็ดธรรม

 เราจ้างคนมากินข้าว ออกกำลังกาย 
หรือศึกษาหาความรู้แทนเราไม่ได้ 
เราต้องทำสิ่งนั้นด้วยตัวเราเอ

โพสเมื่อ : 18 ก.ย. 2556,15:01   อ่าน 2217 ครั้ง